วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563

 

ธุรกิจ AFFILIATE MARKETING คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจ ?

(Cr. ACCESSTRADE - Affiliate Marketing Network ที่ใหญ่ที่สุดในไทย)

  

 

Affiliate Marketing คืออะไร?

ต้องทำความเข้าใจก่อนเลยว่าธุรกิจ Affiliate ไม่ใช่ธุรกิจขายตรง ถ้าจะแปลเป็นภาษาไทยให้เข้าใจง่ายๆเลยก็คือ การทำธุรกิจออนไลน์ หรือ งานออนไลน์ด้วยการนำสินค้าไปโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์ โดยที่เราไม่ต้องเป็นเจ้าของสินค้า ไม่ต้องสต็อกสินค้า แล้วก็ไม่ต้องส่งสินค้า เพียงแค่เอาสินค้าไปโปรโมท แล้วถ้าสินค้าที่เรานำไปโปรโมทนั้น สามารถขายได้ผ่านลิงก์ของเรา เราก็จะได้ค่าคอมนั่นเอง ความหมายจริงๆของ Affiliate คือ “ตัวแทนจำหน่าย” ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกจะเรียกว่า Advertiser หรือเจ้าของสินค้า หรือ บริการต่างๆ และ อีกส่วนก็คือ Publisher หรือ เจ้าของสื่อ เจ้าของเว็บไซต์ ส่วนสุดท้ายก็คือ ผู้ซื้อสินค้า หรือ Customer นั่นเอง

Advertiser (เจ้าของเว็บไซต์หรือเจ้าของสินค้า ที่ต้องการโปรโมทหรือขายสินค้า/บริการ)

Publisher (เจ้าของเว็บไซต์/Blogger/เพจ Facebook/Social Media ต่างๆ)

Customer (ผู้ซื้อสินค้า)

เป็นการตลาดแบบช่วยขาย จะเกิดขึ้นจาก Advertiser มีความต้องการอยากขายสินค้า เลยมองหา Publisher มาช่วยโปรโมท เพื่อให้พูดถึง หรือ นำสินค้านั้นๆไปโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ โน้มน้าวให้ Customer มาซื้อสินค้า

 

เริ่มต้นไม่ถูก กลัวไม่มีคนแนะนำ ลองเสียเวลาอ่านด้านล่างสักนิด!

สำหรับใครที่กลัวว่าจะเริ่มต้นทำธุรกิจ Affiliate ไม่ถูกทาง ACCESSTRADE ประเทศไทย สามารถช่วยให้คุณเริ่มต้นธรุกิจชนิดนี้ได้แบบไม่ต้องกังวลเลย ใครที่กลัวว่าจะขายของออนไลน์ไม่ได้ หรือ ว่าไม่กล้าที่จะทำ ให้คุณลองเข้าไปสมัครผ่านลิงก์ด้านล่าง แล้วลองโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ Affiliate Marketing ในประเทศไทย หรือว่าจะเข้ากลุ่ม ACCESSTRADE Academy ภายในกลุ่มนี้คุณจะได้เรียนรู้วิธีการทำเบื้องต้น ของการหาเงินในรูปแบบออนไลน์ บอกวิธีเป็นขั้นเป็นตอน ติดปัญหาสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ 02-258-4970

แผนผังของการทำ Affiliate Program


 

Advertiser จะต้องจ่ายค่าแนะนำสินค้า/บริการ (Commission) ให้กับ Publisher เมื่อสินค้าถูกขายได้ผ่านลิงก์ของ Publisher

Publisher จะได้รับเงินค่าแนะนำสินค้า/บริการ (Commission) จากการแนะนำสินค้าให้ทาง Advertiser สิ่งที่ Publisher ต้องจ่ายออกไปก็คือการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้วยเวลา, เงินค่าโฆษณา, การทำการตลาด เช่นการทำ Content, การยิงโฆษณา (Pay Per Click, Facebook Ads, Youtube Ads ฯลฯ) เพื่อทำให้สินค้าสามารถขายได้และเข้าถึงกลุ่มลูกค้า

Customer ได้รับสินค้า/บริการ

การขายของ Affiliate Marketers มีกี่แบบ

การทำการตลาดออนไลน์ เป็นการทำการตลาดที่ไม่แพง แถมยังสามารถทำเงินได้เร็วมากที่สุด ด้วยการใช้ความพยายามที่ไม่มากนัก ไม่ได้ใช้วิธี hard sell เหมือนกับธุรกิจขายตรง เป็นงานออนไลน์ ที่สามารถทำเงินได้จริง จ่ายเงินจริงทุกเดือน คนที่ทำ Affiliate บางคน ตั้งใจทำเป็นงานเสริมในช่วงแรกๆ แต่พอได้รับเงินเยอะๆ บางคนลาออกจากงานเพื่อมาทำแบบเต็มตัวก็มี หลายๆคนทำเงินต่อวันได้หลายหมื่นบาท โดยการขาย Affiliate Marketers มี 3 แบบหลักๆ

Pay Per Sale หรือเรียกย่อๆว่า PPS – จ่ายเมื่อมีการขายสินค้าเกิดขึ้น ส่วนใหญ่แล้วจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของสินค้า/บริการนั้นๆ แต่ก็มี Advertiser บางเจ้า ที่ให้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินเลย ยกตัวอย่างเช่น ไม่ว่าจะขายสินค้าได้ยอดเท่าไหร่ ก็จะได้ค่า Commission อยู่ที่ 200 บาท / 1 ออเดอร์ เป็นต้น

Pay Per Lead หรือเรียกย่อๆว่า PPL – จะมีการจ่ายเงินให้ เมื่อมีคนมาสมัคร หรือ ลงทะเบียนผ่านลิงก์ของ Publisher ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น บัตรเครดิต ประกัน เป็นต้น

Pay Per Click หรือเรียกย่อๆว่า PPC – คล้ายกับการทำ Google Adsense คือจะมีการจ่ายเงินให้กับผู้ที่โฆษณาต่อคลิก ไม่ว่าการคลิกนั้นๆ จะสามารถขายสินค้าได้ หรือ ขายไม่ได้ก็ตาม เพียงแค่มีการคลิกก็ได้เงินทันที


4 ขั้นตอนในการเริ่มต้นทำ Affiliate Marketing สำหรือมือใหม่

1.สร้างเว็บไซต์, บล็อก หรือ Facebook Page

2.สมัคร Affiliate Program

3.หลังจากที่สมัครเสร็จแล้วนำ ลิงก์ไป โปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์ของคุณ เช่น เว็บไซต์, บล็อก หรือ Facebook

4.ถ้ามีคนมาซื้อสินค้าหรือบริการ ผ่านลิงก์ของคุณ คุณจะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่น

บทสรุปของการทำ Affiliate Marketing ก็คือการหารายได้ ผ่านคนที่อยากมีรายได้เป็นของตัวเอง หรือว่าคนที่ต้องการหารายได้เสริมผ่านช่องทางออนไลน์ การทำงานในด้านนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเข้างานเป็นเวลา เป็นงานที่อยากจะทำตอนไหนก็ทำ ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ขึ้นอยู่กับความขยัน และเทคนิคในการทำโฆษณาของแต่ละคน บางคนเก่งเรื่อง SEO บางคนเก่งในเรื่อง PPC หรือ บางคนเก่งในเรื่อง Facebook Ads ซึ่งการโฆษณาเหล่านี้ สามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้กับคุณได้ แนวคิดเบื้องหลังการทำ Affiliate Marketing นั่นเอง การตลาดในรูปแบบ Affiliate เป็นกลยุุทธ์ที่มีมานานแล้วในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยของเรานั้นยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ต้องบอกตรงนี้ก่อนเลยว่าการทำการตลาดออนไลน์ สามารถเพิ่มยอดขาย และ สร้างรายได้เสริมผ่านช่องทางออนไลน์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งมันเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับแบรนด์, ธุรกิจ SME รวมไปถึงนักการตลาดที่สามารถผลักดันกลยุทธ์ทางการตลาด

  • 81% ของแบรนด์สินค้า และ 84% ของ Publishers คืออัตราส่วนของธุรกิจ Affiliate ของสหรัฐอเมริกาต่อปี ซึ่งอัตราการเติมโตนั้นกำลังโตขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทุกปี
  • ค่าโฆษณาของธุรกิจ Affiliate Marketing ในสหรัฐอเมริกา ตอนนี้อยู่ที่ 10.1% ต่อปี และในปี 2020 คาดการณ์เอาไว้ว่าจะโตถึง 6.8 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ในประเทศไทยมีรายงานผลการสำรวจเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ ที่แบรนด์ต่างๆใช้จ่ายสำหรับสื่อดิจิทัล ในปี 2018 มีมูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านบาท ปี 2017 มูลค่า 12,400 ล้านบาท และในปี 2019 มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า จะมีมูลค่าถึง 19,692 ล้านบาท
  • ปี 2019 ความสำคัญของ Affiliate Marketing หรือการซื้อสื่อโฆษณาผ่านคนกลาง ที่เชื่อมระหว่างเจ้าของสินค้า หรือ แบรนด์ (Advertiser) และ เจ้าของเว็บไซต์ (Publisher) เข้าด้วยกันเริ่มมีความสำคัญที่มากยิ่งขึ้น วัดจากอัตราส่วนของเงินลงทุนในโฆษณาทั้งหมด 2% จากมูลค่า 19,692 ล้านบาท

ติดตามบทความที่เกี่ยวข้อง

การใช้งานเบื้องต้นสำหรับนักขายออนไลน์ (Publisher) มือใหม่ควรอ่าน

วิธีการสมัครแคมเปญใน ACCESSTRADE.in.th




วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2563

 ความสำคัญ และประโยชน์ของ E-Commerce 


E-Commerce คือ การประยุกต์สื่ออินเตอร์เน็ตมาใช้ในการดำเนินธุรกิจการค้า หรือเรียกว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่นิยมกันมาก ณ ปัจจุบันคือ การซื้อขายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต การหันมาใช้เว็บสื่อกลางทางการค้ามากยิ่งขึ้น  เป็นสื่อกลางในการรวบรวมสินค้าและผู้ซื้อผู้ขายไว้ในเว็บไซต์เดียวเพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อซื้อ-ขาย ทำให้การค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องที่ง่ายและสามารถจำกัดขอบเขตข้อมูลให้ตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้น ตามการจัดกลุ่มสินค้าของผู้ให้บริการแหล่งข้อมูลออนไลน์นั้นๆ 

 E-Commerce จึงเป็นเสมือนสื่อกลางในการโฆษณาและเชื่อมโยงข้อมูล หรือความต้องการของผู้ใช้งาน ไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายโดยตรง พร้อมทั้งสามารตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ย่นเวลาในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด ทำให้สามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเร็วทวีคูณ 

ประโยชน์ของ E-commerce

 1. เพิ่มโอกาสทางการตลาด

  • ขยายโอกาสในการเข้าถึงตลาด เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายมากยิ่งขึ้น
  • สนองความต้องการของตลาด และขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว
  • นำเทคโนโลยีมาใช้ สร้างผลกำไรแก่องค์กร ตามทันสื่อการตลาดยุคใหม่
  • เพิ่มโอกาสโลกตลาดออนไลน์ รู้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน 
  • สามารถเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อการทำการตลาดทางตรง
  • สร้างการรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว ย่นระยะเวลาการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด
  • เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน สะดวกในการค้นหาข้อมูล และติดต่อซื้อ - ขาย
  • นำเสนอข้อมูลสินค้าได้เป็นจำนวนมาก และสามารถสื่อสารกับลูกค้า ได้ในลักษณะ Interactive Market (การตลาดเชิงตอบโต้)
  • เพิ่มโอกาสทางการตลาดในการบริหารข้อมูลลูกค้าจากระบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ปรับปรุงหรือ Update ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการได้ตลอดเวลา

 2. ลดต้นทุนในการจัดซื้อ

  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้า ตลอดจนค่าใช้จ่ายในกระบวน
  • การซื้อที่ลดลง
  • สามารถควบคุมขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างได้ ขั้นตอนไม่ซับซ้อนสะดวกและรวดเร็วขึ้น
  • สามารถเลือก ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้าและบริการได้อย่างหลากหลาย ประหยัดเวลาในการเปรียบเทียบสินค้าและผู้ขายเป็นผลให้ได้สินค้าคุณภาพดี และราคาเป็นที่น่าพอใจ ตรงกับความต้องการที่สุด

 3. สนับสนุนการซื้อ - ขาย

  • มีระบบค้นหาสินค้าจาก “คำค้นหาสินค้า” และช่องทางการเข้าถึงข้อมูลทาง“สารบัญข้อมูล” แบ่งออกเป็นหมวดหมู่และประเภทอย่างชัดเจน เพื่อความสะดวกในการค้นหาเลือกดูสินค้า หรือบริษัท ได้ตามความต้องการ
  • ระบบผู้ติดต่อ และระบบข้อความทางหน้าเว็บไซต์ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
  • ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์จำนวนมาก สามารถมองเห็นสินค้าและบริษัทของคุณได้อย่างง่ายดาย ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ 
  • สามารถทำกำไรได้มากกว่าระบบการซื้อ - ขายแบบเดิม เนื่องจากต้นทุนการจัดซื้อและจัดจำหน่ายต่ำกว่าทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงและ กำไรจากการขายต่อหน่วยเพิ่มขึ้น

 4. ส่งเสริมการขายการโฆษณาและประชาสัมพันธ์

  • ลดต้นทุนการส่งเสริมการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ เช่น ลดต้นทุนการโฆษณาผ่านสื่อปกติอื่นๆ ลดต้นทุนการจัดกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งสามารถใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์บริหารจัดการได้
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจหรือองค์กร ในเรื่องของความทันสมัย และเป็นโอกาสที่จะทำให้สินค้าหรือบริการเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในวงกว้าง

 5. ลดการใช้ทรัพยากร

  • ลดเวลาในการหาข้อมูลสินค้าหรือผู้ขาย และย่นเวลาในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด
  • ลดขั้นตอนทางการตลาด
  • ลดพลังงานในการเดินทาง
  • ลดการใช้ทรัพยากรด้านองค์ประกอบทางธุรกิจ เช่น พื้นที่การขาย อาคารประกอบการ ทำเลที่ตั้ง โกดังเก็บสินค้า เป็นต้น
  • ลดต้นทุนด้านช่องทางจำหน่ายในรูปแบบร้านค้า, ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมทั้งค่าเช่าพื้นที่ขายหรือการลงทุนในการสร้างร้าน ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนของธุรกิจต่ำลง

  






Credit : คุณสุดารัตน์ เพ็งขุนทด

Credit : http://about.b2bthai.com/ArticleInfo.aspx?ArticleTypeID=78&ArticleID=74

  ธุรกิจ AFFILIATE MARKETING คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจ ? (Cr. ACCESSTRADE - Affiliate Marketing Network ที่ใหญ่ที่สุดในไทย)       Affil...